วันหยุดสุดสัปดาห์ ได้มีเวลาพักผ่อนอยู่ห้อง/บ้าน ก็ลองหาเปิดหนังดูสักเรื่องให้ผ่อนคลายหลังจากที่ทำงานมาทั้งอาทิตย์ที่แสนจะเหนื่อยล้า เพราะโลกของภาพยนตร์ไทยนั้นเต็มไปด้วยตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมากมาย นอกจากซีรีส์แล้ว ยังมีทั้งหนังไทยโรแมนติกตลก ที่ดูแล้วต้องหัวเราะไปกับเรื่องราวน่าขบขันไปพร้อม ๆ กับความรักที่ก่อตัว รวมไปถึงหนังรักที่ซึ้งๆ ที่ดูแล้วรู้สึกตราตรึงในหัวใจและควรค่าแก่การจดจำ วันนี้เรามี หนังรักไทยที่ควรดูเพื่อช่วยแก้เบื่อให้กับคุณในวันหยุด
1.สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก (2010)
คนเราทุกคนมักจะมี “พี่โชน” เป็นของตัวเอง โดยเนื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เป็นเรื่องราวของสาวน้อยที่ชื่อว่า “น้ำ” หน้าตาธรรมดา ที่ดันไปตกหลุมรัก “พี่โชน” ที่ทั้งหล่อและเท่ เป็นที่หมายปองของสาวๆ ไม่ว่าจะรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียน เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะเก่งและสวย แล้วเด่นขึ้นในโรงเรียนให้ได้ เพราะแอบหวังในใจเล็ก ๆ ว่าถ้าทำสำเร็จพี่โชนอาจจะหันมามองเธอซักครั้ง และสุดท้ายความพยายามของน้ำก็สำเร็จ เธอได้เป็น ดรัมเมเยอร์มือหนึ่งของจังหวัด จนตอนที่เรียนอยู่ ม.3 เธอได้เป็นดาวของโรงเรียน จนวันสุดท้ายน้ำก็ได้สารภาพรักกับพี่โชนและน้ำก็ได้อกหักกลับมาเพราะโชนได้เป็นแฟนกับปิ่นแต่ในใจลึกๆของโชนแล้วนั้นยังคงรักน้ำมาตั้งแต่ตอนที่น้ำยังไม่สวย จนกระทั่งผ่านไป 9 ปี ทั้งสองก็ได้กลับมาเจอกัน และน้ำไม่เคยลืมและเลิกรักพี่โชนได้เลย ทั้งสองจึงได้ลงเอยกันอย่างแฮปปี้ เรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมไม่น้อยเลย หลายคนเปิดดูซ้ำๆ ก็ไม่รู้สึกเบื่อ
2.รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2009)
เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ที่นำเสนอในมุมมองของ “เหมยลี่” พนักงานบริษัทสาวโสดวัย 30 ปี ที่พบรักกับวิศวกรรถไฟฟ้าของรถไฟฟ้าบีทีเอส จากนั้น ลี่ ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเคยคิดแต่ไม่กล้าลงมือ นั่นคือการจีบผู้ชายก่อน เริ่มจากแผนการแรกจากคำแนะนำของ เพลิน แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่หัดจีบอย่าง ลี่ เพราะเวลาของเธอและเขาไม่ตรงกันจนเหมือนอยู่คนละโลก งานนี้ เพลิน จึงรับหน้าที่เป็นผู้ช่วย แต่เมื่อ เพลิน ได้เจอกับ ลุง แผนการจีบผู้ชายของ ลี่ ท่าทางจะไม่เป็นผล เพราะ เพลิน กำลังจะแปรพักตร์จากครูไปเป็นคู่แข่งความรัก แต่ไม่ว่าจะต้องผจญอุปสรรคไหนๆ ลี่ ก็ไม่คิดถอดใจ ตั๋วรักรถไฟ(ฟ้า) เที่ยวสุดท้ายใบนี้ ลี่ สาบานว่าจะไม่ยอมให้หลุดมือเด็ดขาด ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับอย่างดี เปิดตัวรายได้ในวันแรกที่ 15.1 ล้านบาท ทำลายสถิติรายได้วันเปิดตัวในปีนี้ของภาพยนตร์ ห้าแพร่ง ที่ 14.9 ล้านบาท ติดอันดับ 1 ยาวนาน 4 สัปดาห์ ทำรายได้รวม 145.82 ล้านบาท
3.รักแห่งสยาม (2007)
ใครไม่เคยดูขอบอกเลยว่าต้องดูให้ได้ เป็นหนังที่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก และการค้นหาตัวตน ผ่านมุมมองของเด็กชายสองคน โดยมีสยามสแควร์เป็นสถานที่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมด เรื่องราวอบอุ่นเริ่มขึ้น เมื่อสายลมหนาวแห่งฤดูกาลโพยพัดมา ที่นี่แห่งนี้ “สยามแห่งรัก” …โต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กชาย ม.6 หน้าตาดี มีแฟนสวยเสียจนเพื่อน ๆ และผู้ชายทั้งสยามสแควร์จะต้องอิจฉา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ โดนัท (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) สำหรับโต้งเริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว โต้งเริ่มตีตัวออกห่างโดนัทและเริ่มค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง ในขณะที่ มิว (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เด็กชายวัยเดียวกันผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีก็กำลังทุ่มเทความรักให้กับเสียงเพลงและวงดนตรีของตัวเอง มิวเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับโจทย์เพลงรักที่มิวต้องแต่งให้กับ “วงออกัส” เพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลงใหญ่ ในเวลาเดียวกับที่ หญิง (กัญญา รัตนเพชร) เพื่อนบ้านของมิวก็คอยให้กำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่าง ๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย
